Tale

รุ้ง

posted on 21 Apr 2005 02:23 by tuesbass  in Tale

อึ่ม เนื่องจากอาเมะเห็นว่า บล็อคนี้ชักจะไร้สาระมาตั้ง 2 ครั้งแล้ว

ครั้งนี้ขอแบบมีสาระบ้างแล้วกัน

คือวันนี้ทั้งวันอาเมะไปนั่งคิดว่า จะเอาอะไรดีที่มันดูมีสาระ

พลางไปเห็นสิ่งสิ่งหนึ่ง...

พจนานุกรมภาษาต่างประเทศ

อาเมะเป็นคนที่เชื่อและศรัทธาในความขลังของแต่ละภาษาทั่วโลก

ภาษาแต่ละภาษานั้นต่างก็ชี้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก วัฒนธรรม...ตลอดจนถึงอุปนิสัยของคนในชาตินั้นๆ

แม้บางที บางครั้ง คนนั้นอาจจะมิได้มีนิสัอย่างนั้น แต่โดยลักษณะประเทศชวนให้คิดเช่นนั้นจริงๆ

เช่น ภาษาฝรั่งเศสจะให้ความรู้สึกอ่อนไหว เจ้าสำอางค์ และลึกลับ

ในขณะที่ภาเยอรมันจะให้ความรู้สึก แข็งกร้าว ทรงพลัง และดุดัน

นั่นก็เป็นเพราะว่า เราติดภาพน้ำหอม ดอกกุหลาบ และความหลุยส์จากฝรั่งเศส และติดภาพฮิตเลอร์ นาซี เบียร์ แอลกอฮอล์ และความโหดจากเยอรมันนั่นเอง

ลองคิดเล่นๆ ว่า คนที่ชื่อ อองรี กับ เฮนดริก มีนิสัยยังไง...

นั่นเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย

แต่นี่คือสิ่งที่อาเมะขนมาเสนอ โดยใช้เวลาสะสมตั้งแต่ 2 ทุ่ม ยัน ตี 2

มันคือคำว่า "รุ้ง" นั่นแหละ

แต่เรามาดูกันว่า ในแต่ละชาติ (เท่าที่อาเมะหามาได้) นั้น เค้าเรียกเทหวัตถุที่เรียกว่า "รุ้ง" อย่างไรบ้าง

虹 (หง) ----- จีน
にじ (นิจิ) ----- ญี่ปุ่น
무지개 (มูจีแค) ----- เกาหลี
cầu vồng (เคิ้ว ว่อง) ----- เวียตนาม
รุ้ง (รุ้ง) ----- ไทย
bahaghari (บาฮักอารี) ----- ฟิลิปปินส์
मेघधनुष (เมฆัธนุษะ) ----- อินเดีย
indadhanu (อินฺทธนู) ----- มคธ
رنگين‌ كمان‌ (รางกิน คามอน) ----- เปอร์เซีย
قوس قزح (คอสคาซาห์) ----- อาหรับ
reënboog (เรนบอก) ----- อัฟริกา
קשת (เคเชธ) ----- ฮิบรู
ιρις (อิริส) ----- กรีก
радуга (ราดูกา) ----- รัสเซีย
tęcza (เทคซ่า) ----- โปแลนด์
paleta (พาเลต้า) ----- เช็ค
szivárvány (ซีวาร์วานี่) ----- ฮังกาเรียน
gökkuşağı (กอคคุซาจิ) ----- ตุรกี
sateenkaari (ซาเทนคารี) ----- ฟินน์
regn|båge (เรนแบเก้) ----- สวีเดน
regnbue (เรนบือ) ----- เดนมาร์ค
ilweran (อิลเวรัน) ----- เควนยา(พรายเจ้า)
regenboog (เรเก้นบอก) ----- ดัตช์
regenbogen (เรเจ้นโบเจ้น) ----- เยอรมัน
arcus (อาร์กุส) ----- ลาติน
arcobaleno (อาร์โกบาเลโน) ----- อิตาเลียน
arco-íris (อาร์โค่ อิริส) ----- โปรตุเกส
iris (อิริส) ----- สเปน
arc-en-ciel (อาร์ค ออง เซียล) ----- ฝรั่งเศส
tuar ceatha (ทัวร์ เซียธา) ----- ไอริช
rainbow (เรนโบว์) ----- อังกฤษ

อาเมะขอยอมรับตามตรง ว่าบางภาษาก็ไม่แน่ใจในคำอ่านอยู่เหมือนกัน ใครพบเห็นอะไรที่ผิดไปและคิดว่ามีสิ่งที่ถูกต้องแท้จริงก็แจ้งเข้ามาในบล็อคนี้ได้เลยนะงิ *-*

แปลๆๆๆ

posted on 02 May 2005 14:51 by tuesbass  in Tale

แปลภาษาเอลฟ์ จากข้างล่างนะ (เป็นร้อยกรอง) เครดิท โดย เทร่าสเฟียร์

http://terasphere.exteen.com/

นี่ๆ จะได้ไม่มีใครว่าว่าติวดองคำแปล

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเรื่องราวกล่าวขานกันในประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งในทวีปยุโรป เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว...

ณ นครหลวงคาร์ลันดร้า(Carlandra) แห่งราชอาณาจักรเฟรเต้ (Frete Carrenes) ที่ปกครองโดยกษัตริย์ที่ทรงฤทธานุภาพ และมีพระอัธยาศัยดี ทรงพระนามว่า พระเจ้าเซย์เรสที่สอง (CorSeires Secunde's) พระเจ้าเซย์เรสที่สองนี้ทรงมีพระราชินีที่เปรื่องปราชญ์คู่พระทัยพระนามว่า ราชินีฟลีเอลเซ่ (Flielse Coine) ทั้งสองพระองค์นั้นมีพระโอรสและพระธิดารวม 2 พระองค์ โดยพระโอรสองค์โตทรงพระนามว่า เจ้าชายบลิซเน่ มกุฎราชกุมารแห่งเฟรเต้(Furicos Blizne Cornes Fretes've) และพระธิดาองค์เล็กซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามจนเป็นที่กล่าวขานไปยังทั่วทั้งพื้นปฐพี ทรงพระนามว่า องค์หญิงสเนเวีย (Snevia Cartolie)

วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่งที่องค์หญิงแสนซนจะต้องออกไปประพาสต้น โดยการปลอมตัวเป็นหญิงสามัญชนพร้อมด้วยองครักษ์สาวส่วนพระองค์และเป็นพระสหายในวัยเด็กชื่อโรเซีย อันที่จริงนั้นโรเซียไม่เคยเห็นด้วยเลยซักครั้งที่องค์หญิงจะออกไปประพาสต้นแล้วตนนั้นจะต้องติดตามไปด้วย เพราะเกรงว่าหากความรู้ถึงพระราชาเมื่อใด องค์หญิงคงต้องพระราชอาญาเป็นแน่แท้ และตนเองก็ต้องโทษด้วยเช่นกัน แต่โรเซียเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะนี่คือองค์หญิง จะขัดคำสั่งก็ไมได้ จึงต้องออกติดตามพระองค์ไปอย่างกลัวๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่รู้เรื่องนี้มิได้มีเพียงโรเซีย แต่ยังมีหน่วยรบพิเศษหน่วยหนึ่งที่รู้ความเป็นไปขององค์หญิง เป็นหน่วยรบพิเศษที่อยู่ในความควบคุมขององค์ชายบลิซเน่นั่นเอง แน่นอนที่สุด องค์ชายบลิซเน่รู้เสมอ ว่าพระขนิษฐาของพระองค์นั้นออกไปทรงพระเล่นซนที่ใหนเมื่อไหร่ และเป็นคนที่ส่งหน่วยรบพิเศษนี้ออกไปดูแลอยู่ห่างๆ แต่องค์หญิงสเนเวียไม่รู้เลยว่าพระเชษฐาของพระองค์นั้นรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แม้องค์ชายจะแก้ตัวต่อพระพักตร์ของเสด็จพ่อและเสด็จแม่อยู่บ่อยครั้ง องค์หญิงก็ไม่เคยเอะใจเพราะเชื่อว่าพี่ของพระองค์นั้นคิดเช่นนั้นจริงๆ

ที่บริเวณจัตุรัสใจกลางนคร เป็นสถานที่ที่คึกคักไปด้วยการค้าขายสินค้าสวยงาม แปลกใหม่ และการแสดงข้างถนนในรูปแบบต่างๆ และยังเป็นที่ที่องค์หญิงสเนเวียโปรดปรานมากที่สุด ทุกครั้งที่ได้ออกมาจากในวังไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือออกมาอย่างเป็นทางการ พระองค์ต้องเสด็จมาเยือน ณ จตุรัสนี้เสมอทุกครั้งไป

"นี่ๆ เครื่องประดับชิ้นนี้ว่าไงจ๊ะบลูร์ ชั้นว่าสวยดีนะ" องค์หญิงจอมแก่นเอ่ยด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว

"บ่าวก็ว่าสวยดีนะคะคุณหนู" โรเซียรับคำอย่างช่ำชองราวกับเตรียมบทแสดงมาอย่างดี

"งั้นก็ ขอสร้อยเปลือกหอยเส้นนี้ละกันนะแม่ค้า"

"จ้า" เสียงแก่ๆ ของแม่ค้า รับคำพร้อมกับรับเงินจากมือของโรเซีย พลางหยิบสร้อยที่ร้อยจากเปลือกหอยสวยงามนั้นค่อยๆ วางลงไปในถุงที่ทำจากผ้าฝ้ายสีตุ่น ข้างถุงมีรอยด้ายเย็บปักเป็นตัวอักษร "ร"

"อา...ชักหิวแล้วละ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่าบลูร์" องหญิงเอ่ยปากชวนองครักษ์ที่ปลอมตัวเป็นสาวใช้ของคุณหนู แล้วก็เดินนำหน้าไป

---------------------------------------------------------------------------------------

"เอ๊ะนั่นอ่ะไรน่ะ เล่นดนตรีเหรอ เพราะจังเลย" องค์หญิงกล่าวขึ้นเมื่อเห็นนักดนตรีหนุ่มกำลังบรรเลงคอริเต้ (Corite คือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งคล้ายๆ ฮาร์ฟ ในด้านรูปทรงที่อลังการ แต่ขนาดเล็กกว่า ดีดด้วยมือซ้ายและขวา มี 29 สาย และมี 7 กระเดื่องเล็กๆ ที่ฐานโดย 5 กระเดื่องนั้นไว้เปลี่ยนกุญแจเสียง และอีก 2 กระเดื่อง ไว้เล่นเสียง สายไกลตัวที่ดีดด้วยมือซ้ายจะมีเสียงต่ำกว่าสายใกล้ตัวที่ดีดด้วยมือขวา) อยู่บริเวณหน้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปฟัง

~โอ้เทพไท้ใดหนอทรงก่อรัก
ให้ประจักษ์ใจฉันนั้นหวั่นไหว
เพียงแค่มองก็สะท้านถึงดวงใจ
แม้ห่างไกลแต่หัวใจไม่ห่างกัน~

"คุณหนูๆ เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ดนตรีน่ะหยุดบรรเลงแล้วนะเจ้าคะ" โรเซียร้องเรียกองค์หญิงเมื่อเธอเห็นอาการขององค์หญิงนั้นแปลกไป

องค์หญิงสเนเวียนั้นอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่นักดนตรีหนุ่มนั้นก็อึ้งไปเช่นเดียวกัน

"นี่ๆ โรเซีย เราว่าชายคนนี้บรรเลงเพลงเพราะดีนะ เจ้าว่าเช่นนั้นมั้ย?" องค์หญิงกระซิบพูดกับโรเซีย

"หม่อมชั้นก็คิดเช่นนั้นเพคะ เอ๋ ว่าแต่ องค์หญิงสนใจนักดนตรีคนนั้นหรือเพคะ *-* " โรเซียพูดสนับสนุนพลางแซวจนพระพักตร์ขององค์หญิงแดงก่ำ

"บ้า เราแค่ชื่นชอบในเสียงเพลงเฉยๆ เราก็แค่คิดว่าท่าทางเจ้านักดนตรีนี่จะหากินในวันๆ นึง คงได้ไม่กีเหรียญ เราไปช่วยเค้ากันดีกว่า เจ้าจะไม่ไปกับเราก็ได้นะ"

"แหมๆ หม่อมชั้นล้อเล่นเองนะเพคะ องค์หญิงเนี่ย น้ำพระทัยดีงามจังเลยนะเพคะ หม่อมชั้นละเสียดายที่มิได้เกิดเป็นชาย อิอิ"

"พอแล้ว เลิกบ้า อย่ายอ ตามเรามาไม่ต้องพูดมาก" จากนั้นองค์หญิงก็สะบัดพระองค์ด้วยความเขิน แต่ก็รวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหานักดนตรีหนุ่มที่พักการบรรเลงเพลงเพราะเหนื่อยจากการเล่นดนตรีมาทั้งวัน (และตะลึงในความงามขององค์หญิงสเนเวียจนทำอะไรไม่ถูก)

"เจ้านักดนตรีเอ๋ย วันนี้เจ้าเล่นได้กี่เหรียญกัน ถ้าเจ้าไม่นึกรังเกียจ ขอข้าเลี้ยงข้าวเจ้าสักมือได้หรือไม่"

"เอ่อ จะดีเหรอคะคุณหนู จะเลี้ยงข้าวชายแปลกหน้า" โรเซียทัดทานไว้แต่องค์หญิงกลับยกพระหัตถ์ขึ้นเปินเชิงปราม

"ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ที่สร้างความบันเทิงเพื่อแลกเงินทอง และเอาเงินทองนั้นไปหาซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต ดังนั้นจะให้เงินทองหรือให้ของกินมันก็ไม่ต่างกันหรอก ว่าไงล่ะ เจ้าสนใจจะร่วมรับประทานอาหารกับข้ามั้ย เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติเรื่องดนตรีกันน่ะ"

"ตัวข้าต่างหากเล่าต้องขอบคุณท่านที่ไม่รังเกียจข้า อันที่จริงเงินที่ข้าหามาได้นั้นก็เพียงพอต่อการกินอยู่ในวันนี้ แต่ข้าไม่ได้ปรารถนาอะไรนะ แค่ขอรับน้ำใจท่านเท่านั้นเอง"

"ดีละ งั้นก็เชิญในร้านที่อยู่ตรงหน้านี่แล้วกัน" องค์หญิงผายมือไปยังหน้าประตูร้านอาหารแล้วตรงปรีเดินเข้าไป ตามด้วยองครักษ์สาวและนักดนตรีหนุ่ม

To be continued