กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเรื่องราวกล่าวขานกันในประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งในทวีปยุโรป เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว...
ณ นครหลวงคาร์ลันดร้า(Carlandra) แห่งราชอาณาจักรเฟรเต้ (Frete Carrenes) ที่ปกครองโดยกษัตริย์ที่ทรงฤทธานุภาพ และมีพระอัธยาศัยดี ทรงพระนามว่า พระเจ้าเซย์เรสที่สอง (CorSeires Secunde's) พระเจ้าเซย์เรสที่สองนี้ทรงมีพระราชินีที่เปรื่องปราชญ์คู่พระทัยพระนามว่า ราชินีฟลีเอลเซ่ (Flielse Coine) ทั้งสองพระองค์นั้นมีพระโอรสและพระธิดารวม 2 พระองค์ โดยพระโอรสองค์โตทรงพระนามว่า เจ้าชายบลิซเน่ มกุฎราชกุมารแห่งเฟรเต้(Furicos Blizne Cornes Fretes've) และพระธิดาองค์เล็กซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามจนเป็นที่กล่าวขานไปยังทั่วทั้งพื้นปฐพี ทรงพระนามว่า องค์หญิงสเนเวีย (Snevia Cartolie)
วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่งที่องค์หญิงแสนซนจะต้องออกไปประพาสต้น โดยการปลอมตัวเป็นหญิงสามัญชนพร้อมด้วยองครักษ์สาวส่วนพระองค์และเป็นพระสหายในวัยเด็กชื่อโรเซีย อันที่จริงนั้นโรเซียไม่เคยเห็นด้วยเลยซักครั้งที่องค์หญิงจะออกไปประพาสต้นแล้วตนนั้นจะต้องติดตามไปด้วย เพราะเกรงว่าหากความรู้ถึงพระราชาเมื่อใด องค์หญิงคงต้องพระราชอาญาเป็นแน่แท้ และตนเองก็ต้องโทษด้วยเช่นกัน แต่โรเซียเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะนี่คือองค์หญิง จะขัดคำสั่งก็ไมได้ จึงต้องออกติดตามพระองค์ไปอย่างกลัวๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่รู้เรื่องนี้มิได้มีเพียงโรเซีย แต่ยังมีหน่วยรบพิเศษหน่วยหนึ่งที่รู้ความเป็นไปขององค์หญิง เป็นหน่วยรบพิเศษที่อยู่ในความควบคุมขององค์ชายบลิซเน่นั่นเอง แน่นอนที่สุด องค์ชายบลิซเน่รู้เสมอ ว่าพระขนิษฐาของพระองค์นั้นออกไปทรงพระเล่นซนที่ใหนเมื่อไหร่ และเป็นคนที่ส่งหน่วยรบพิเศษนี้ออกไปดูแลอยู่ห่างๆ แต่องค์หญิงสเนเวียไม่รู้เลยว่าพระเชษฐาของพระองค์นั้นรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แม้องค์ชายจะแก้ตัวต่อพระพักตร์ของเสด็จพ่อและเสด็จแม่อยู่บ่อยครั้ง องค์หญิงก็ไม่เคยเอะใจเพราะเชื่อว่าพี่ของพระองค์นั้นคิดเช่นนั้นจริงๆ
ที่บริเวณจัตุรัสใจกลางนคร เป็นสถานที่ที่คึกคักไปด้วยการค้าขายสินค้าสวยงาม แปลกใหม่ และการแสดงข้างถนนในรูปแบบต่างๆ และยังเป็นที่ที่องค์หญิงสเนเวียโปรดปรานมากที่สุด ทุกครั้งที่ได้ออกมาจากในวังไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือออกมาอย่างเป็นทางการ พระองค์ต้องเสด็จมาเยือน ณ จตุรัสนี้เสมอทุกครั้งไป
"นี่ๆ เครื่องประดับชิ้นนี้ว่าไงจ๊ะบลูร์ ชั้นว่าสวยดีนะ" องค์หญิงจอมแก่นเอ่ยด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว
"บ่าวก็ว่าสวยดีนะคะคุณหนู" โรเซียรับคำอย่างช่ำชองราวกับเตรียมบทแสดงมาอย่างดี
"งั้นก็ ขอสร้อยเปลือกหอยเส้นนี้ละกันนะแม่ค้า"
"จ้า" เสียงแก่ๆ ของแม่ค้า รับคำพร้อมกับรับเงินจากมือของโรเซีย พลางหยิบสร้อยที่ร้อยจากเปลือกหอยสวยงามนั้นค่อยๆ วางลงไปในถุงที่ทำจากผ้าฝ้ายสีตุ่น ข้างถุงมีรอยด้ายเย็บปักเป็นตัวอักษร "ร"
"อา...ชักหิวแล้วละ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่าบลูร์" องหญิงเอ่ยปากชวนองครักษ์ที่ปลอมตัวเป็นสาวใช้ของคุณหนู แล้วก็เดินนำหน้าไป
---------------------------------------------------------------------------------------
"เอ๊ะนั่นอ่ะไรน่ะ เล่นดนตรีเหรอ เพราะจังเลย" องค์หญิงกล่าวขึ้นเมื่อเห็นนักดนตรีหนุ่มกำลังบรรเลงคอริเต้ (Corite คือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งคล้ายๆ ฮาร์ฟ ในด้านรูปทรงที่อลังการ แต่ขนาดเล็กกว่า ดีดด้วยมือซ้ายและขวา มี 29 สาย และมี 7 กระเดื่องเล็กๆ ที่ฐานโดย 5 กระเดื่องนั้นไว้เปลี่ยนกุญแจเสียง และอีก 2 กระเดื่อง ไว้เล่นเสียง สายไกลตัวที่ดีดด้วยมือซ้ายจะมีเสียงต่ำกว่าสายใกล้ตัวที่ดีดด้วยมือขวา) อยู่บริเวณหน้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปฟัง
~โอ้เทพไท้ใดหนอทรงก่อรัก
ให้ประจักษ์ใจฉันนั้นหวั่นไหว
เพียงแค่มองก็สะท้านถึงดวงใจ
แม้ห่างไกลแต่หัวใจไม่ห่างกัน~
"คุณหนูๆ เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ดนตรีน่ะหยุดบรรเลงแล้วนะเจ้าคะ" โรเซียร้องเรียกองค์หญิงเมื่อเธอเห็นอาการขององค์หญิงนั้นแปลกไป
องค์หญิงสเนเวียนั้นอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่นักดนตรีหนุ่มนั้นก็อึ้งไปเช่นเดียวกัน
"นี่ๆ โรเซีย เราว่าชายคนนี้บรรเลงเพลงเพราะดีนะ เจ้าว่าเช่นนั้นมั้ย?" องค์หญิงกระซิบพูดกับโรเซีย
"หม่อมชั้นก็คิดเช่นนั้นเพคะ เอ๋ ว่าแต่ องค์หญิงสนใจนักดนตรีคนนั้นหรือเพคะ *-* " โรเซียพูดสนับสนุนพลางแซวจนพระพักตร์ขององค์หญิงแดงก่ำ
"บ้า เราแค่ชื่นชอบในเสียงเพลงเฉยๆ เราก็แค่คิดว่าท่าทางเจ้านักดนตรีนี่จะหากินในวันๆ นึง คงได้ไม่กีเหรียญ เราไปช่วยเค้ากันดีกว่า เจ้าจะไม่ไปกับเราก็ได้นะ"
"แหมๆ หม่อมชั้นล้อเล่นเองนะเพคะ องค์หญิงเนี่ย น้ำพระทัยดีงามจังเลยนะเพคะ หม่อมชั้นละเสียดายที่มิได้เกิดเป็นชาย อิอิ"
"พอแล้ว เลิกบ้า อย่ายอ ตามเรามาไม่ต้องพูดมาก" จากนั้นองค์หญิงก็สะบัดพระองค์ด้วยความเขิน แต่ก็รวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหานักดนตรีหนุ่มที่พักการบรรเลงเพลงเพราะเหนื่อยจากการเล่นดนตรีมาทั้งวัน (และตะลึงในความงามขององค์หญิงสเนเวียจนทำอะไรไม่ถูก)
"เจ้านักดนตรีเอ๋ย วันนี้เจ้าเล่นได้กี่เหรียญกัน ถ้าเจ้าไม่นึกรังเกียจ ขอข้าเลี้ยงข้าวเจ้าสักมือได้หรือไม่"
"เอ่อ จะดีเหรอคะคุณหนู จะเลี้ยงข้าวชายแปลกหน้า" โรเซียทัดทานไว้แต่องค์หญิงกลับยกพระหัตถ์ขึ้นเปินเชิงปราม
"ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ที่สร้างความบันเทิงเพื่อแลกเงินทอง และเอาเงินทองนั้นไปหาซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต ดังนั้นจะให้เงินทองหรือให้ของกินมันก็ไม่ต่างกันหรอก ว่าไงล่ะ เจ้าสนใจจะร่วมรับประทานอาหารกับข้ามั้ย เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติเรื่องดนตรีกันน่ะ"
"ตัวข้าต่างหากเล่าต้องขอบคุณท่านที่ไม่รังเกียจข้า อันที่จริงเงินที่ข้าหามาได้นั้นก็เพียงพอต่อการกินอยู่ในวันนี้ แต่ข้าไม่ได้ปรารถนาอะไรนะ แค่ขอรับน้ำใจท่านเท่านั้นเอง"
"ดีละ งั้นก็เชิญในร้านที่อยู่ตรงหน้านี่แล้วกัน" องค์หญิงผายมือไปยังหน้าประตูร้านอาหารแล้วตรงปรีเดินเข้าไป ตามด้วยองครักษ์สาวและนักดนตรีหนุ่ม
To be continued